สำรวจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินหลังเกษียณคนไทย มีไม่ถึง 3 ล้านบาท
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นเป็นก้อนที่หลายคนหวังใช้หลังเกษียณ ซึ่งพบว่าคนที่เกษียณอายุส่วนใหญ่ของไทยมีเงินในกองทุนดังกล่าว "ไม่ถึง 3 ล้านบาท
จากงานวิจัยพบว่า เงินขั้นต่ำที่เพียงพอสําหรับใช้หลังเกษียณเป็นเวลา 20 ปี คือ คือ 3 ล้านบาทหรือประมาณ 12,500 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นวันละ 400 บาท แต่ปรากฏว่า
เมื่อดูข้อมูลจาก คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พบว่า ในปี 2565 สมาชิกกองทุนเกษียณอายุมีจํานวนทั้งสิ้น 34,752 คน
ส่วนใหญ่ รับเงินออกจากกองทุนทั้งหมด (ร้อยละ 80.9)
รองลงมาคือ คงเงินไว้ (ร้อยละ 16.3)
รับเงินงวด (ร้อยละ 2.8)
โดยสมาชิกที่เกษียณอายุส่วนใหญ่ (ร้อยละ 80.3) ได้รับเงินน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3 ล้านบาทเมื่อเกษียณ ในปี 2565 ส่วนที่ 3 ล้านบาทขึ้นไปมีสัดส่วนเพียง 19.7% เมื่อเทียบกับปี 2564 สมาชิกที่เกษียณอายุมีเงินน้อยกว่า 3 ล้านบาทมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยในปี 2564 มีเพียง 76.9%
สำหรับสมาชิกเกษียณที่รับเงินออกทั้งหมดมีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 แต่เลือกที่จะคงเงินมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีสัดส่วนร้อยละ 5.4
การคงเงินไว้ในกองทุนและการรับเงินจากกองทุนเป็นงวด สมาชิกที่ออกจากงานและสมาชิกท่ีเกษียณอายุยังคงขอคงเงินและรับเงิน จากกองทุนเป็นงวดอย่างต่อเนื่อง โดย ณ 31 ธันวาคม 2565 สมาชิกขอคงเงินไว้ในกองทุนมีมูลค่า 397,425 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 29 ของ NAV) เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.6 จากครึ่งแรกของปี 2565
ส่วนการขอรับเงินจากกองทุนเป็นงวดมีมูลค่า 29,693 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 2 ของ NAV) ลดลง ร้อยละ 0.1 จากครึ่งแรกของปี 2565 แสดงให้เห็นว่าสมาชิกที่ออกจากงานและสมาชิกที่เกษียณอายุ
แนวโน้มคงเงินในกองทุนเพื่อลงทุนต่อเนื่อง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากสมาชิก เกษียณบางส่วนเข้าใจถึงความจําเป็นในการบริหารเงินหลังเกษียณอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้น และบางส่วน รอให้ทิศทางในตลาดทุนปรับตัวดีขึ้นก่อนจึงจะนําเงินไปบริหารจัดการต่อด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังพบว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 มีสมาชิกที่ลาออกจากกองทุนแต่ไม่ลาออกจากงาน จํานวน 81,907 คน (ร้อยละ 2.8 ของสมาชิกทั้งหมด)
โดยมีจํานวนเงินที่จ่ายคืนเงินให้แก่สมาชิก 10,733 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.8 ของ NAV โดยมูลค่าดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลา เดียวกันของปีที่ก่อน ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 8,640 ล้านบาท (ร้อยละ 0.6 ของ NAV)
โดยจํานวนสมาชิกที่ ลาออกจากกองทุนแต่ไม่ลาออกจากงานใกล้เคียงกับช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ซึ่งมีสมาชิกลาออกจาก กองทุนแต่ไม่ลาออกจากงานจํานวน 82,631 คน ทั้งนี้ สมาชิกดังกล่าวอาจไม่สามารถกลับมาเป็น สมาชิกกองทุนของนายจ้างรายนั้นได้อีกหากมีข้อบังคับกําหนดไว้ ทําให้สมาชิกกลุ่มนี้ไม่สามารถเก็บออมเพื่อการเกษียณได้อย่างต่อเนื่องและอาจส่งผลกระทบต่อความเพียงพอของเงินออมเพื่อการเกษียณได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB